พลาสติกกันกระแทกหรือ แอร์บับเบิ้ล (Air Bubble) เป็นหนึ่งในวัสดุเสริมที่เรียกได้ว่าขาดไม่ได้เลยสำหรับใช้ในการบรรจุสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ  ลงในแพ็คเกจอย่างกล่องกระดาษลูกฟูก เพื่อป้องกันสินค้าให้ส่งตรงถึงมือผู้อุปโภคบริโภคได้อย่างปลอดภัยและสมบูรณ์ที่สุด เพราะความหนาของกระดาษลูกฟูกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ โรงงานผลิตแอร์บับเบิ้ล จึงมีบทบาทที่สำคัญในการผลิตแอร์บับเบิ้ล หรือพลาสติกกันกระแทกให้ตอบโจทย์การใช้งานของแต่ละสินค้า

พลาสติกกันกระแทก หรือ แอร์บับเบิ้ล คือเม็ดพลาสติกที่ถูกอัดฟองอากาศเข้าไปให้พองเพื่อช่วยในการรองรับแรงกระแทกได้ดีขึ้น ช่วยป้องกันไม่ให้สินค้าแตกหรือเป็นรอยได้ง่ายจากการถูกกระแทก มีลักษณะที่ใสและน้ำหนักเบา หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วพลาสติกกันกระแทกยังสามารถช่วยป้องกันฝุ่น ความชื้น สารเคมี และเชื้อราได้อีกด้วย ซึ่งสินค้าที่ต้องใช้พลาสติกกันกระแทกส่วนใหญ่ก็คือ กรอบรูป เซรามิก เฟอร์นิเจอร์ และอื่นๆ อีกมากมาย

โดยทั่วไปแล้วผลิตภัณฑ์ที่เป็นพลาสติกกันกระแทกที่โรงงานผลิตแอร์บับเบิ้ลสามารถผลิตได้ก็จะแบ่งออกได้เป็นทั้งหมด 4 ประเภทหลักๆ ด้วยกัน ในบทความนี้จะชวนผู้อ่านมาดูไปพร้อมๆ กันว่าแต่ละประเภทมีอะไรและมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะได้เลือกแบบที่ใช่ที่สุดสำหรับสินค้าของคุณ

1. Air Bubble Sheet

Air Bubble Sheet คือแผ่นแอร์บับเบิ้ลแบบทั่วไปที่น่าจะคุ้นหน้าคุ้นตาหลายๆ คน ซึ่งเป็นแผ่นเม็ดพลาสติกที่ถูกอัดอากาศเข้าไปนั่นเอง แผ่นพลาสติกชนิดนี้สามารถนำไปดัดแปลงสำหรับใช้ใส่ครอบสินค้าตามขนาดและรูปทรงต่างๆ ได้ มีลักษณะใส

2. Air Bubble Film

แผ่นพลาสติกกันกระแทกแบบต่อมาเป็นแบบที่มีความพิเศษขึ้นมาหน่อยเนื่องจากทาโรงงานผลิตแอร์บับเบิ้ล จะเคลือบลามิเนตโดยเส้นใยพลาสติก ที่ไม่ผ่านการถักทอ (nonwovens)    ซึ่งการเคลือบเช่นนี้จะช่วยป้องกันสินค้าเปียกน้ำหรือฝนได้ดีขึ้น สามารถนำไปดัดแปลงเป็นกระเป๋าสำหรับใส่สินค้าได้ดีเช่นกัน

3. EPE Foam

มาถึงตาโฟมกันกระแทกกันบ้าง ลักษณะค่อนข้างเบาบาง และเนื้อสัมผัสนุ่ม เหมาะสำหรับนำไปใส่เครื่องใช้ไฟฟ้าเนื่องจากโฟม EPE ยังทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนได้ด้วย โฟมกันกระแทกสามารถเพิ่มความหนาเพื่อทำเป็นแพ็คเกจประกอบกับสินค้าที่มีขนาดใหญ่เป็น     PE Foam packaging ได้ 

4. PP Board Packaging

แบบสุดท้ายก็คือตัวแพ็คเกจจิ้งที่ทำมาจากฟิวเจอร์บอร์ดหรือ PP Board นั่นเอง ข้อดีของแพ็คเกจประเภทนี้ก็คือมีความแข็งแรง และสามารถนำมาดัดแปลงเป็นรูปทรงที่เหมาะสำหรับสินค้าได้ง่าย โดยเฉพาะสินค้าที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่

จะเห็นได้เลยว่าแต่ละประเภทก็จะมีลักษณะ วัสดุที่ใช้ ที่ต่างกันออกไป ซึ่งเลือกได้ตามวัตถุประสงค์ในการใช้งานและงบประมาณ และหลังจากที่เลือกได้แล้วว่าต้องการพลาสติกกันกระแทกประเภทไหน ลูกค้ายังสามารถเลือกเพิ่มเติมได้อีกว่าต้องการให้มีคุณสมบัติอะไรเพิ่มเติมได้บ้าง เช่น Anti Static        (สารป้องกันไฟฟ้าสถิต), Anti Rust (สารป้องกันสนิม), Anti Bacteria (สารยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย) และใส่สีให้กับตัว Air bubble ด้วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับตัวคุ้มครองคุณภาพสินค้าของคุณให้ถึงมือลูกค้าได้อย่างปลอดภัยและสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งลูกค้าก็สามารถแจ้งทาง โรงงานผลิตแอร์บับเบิ้ล หรือ โรงงานผลิตกล่องลูกฟูกครบวงจรอย่างที่ HSL ได้เลยว่าต้องการแบบไหน หรืออาจจะแจ้งก็ได้ว่าจะเอาไปใช้กับสินค้าอะไร           มีลักษณะการขนส่ง หรือจัดเก็บแบบไหน เพื่อให้ทาง HSL ช่วยแนะนำว่าแอร์บับเบิ้ลแบบไหนจะตอบโจทย์ และคุ้มค่าที่สุด 

กระดาษลูกฟูก มีความแตกต่างกันออกไป โดยตามแต่ละขนาดจะถูกนำไปใช้งานที่แตกต่างเช่นกัน โดยส่วนใหญ่นิยมนำกระดาษลูกฟูก เพื่อใช้ในการขึ้นรูป หรือประกอบเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์ เพื่อนำไปใส่สินค้าและวัสดุต่างๆ โดยลอนของกระดาษลูกฟูก มีขนาดมาตรฐาน ดังนี้

1. Single Face (กระดาษลูกฟูกสองชั้น)​

แผ่นกระดาษลูกฟูกหน้าเดียว แผ่นกระดาษลูกฟูกที่ประกอบด้วยกระดาษทำผิวกล่อง 1 แผ่น ประกบกับกระดาษทำลอนลูกฟูก 1 แผ่น นิยมใช้กันกระแทกสินค้าหรือปะกล่อง offset

2. Single wall (กระดาษลูกฟูกสามชั้น)​

แผ่นกระดาษลูกฟูกสามชั้น ประกอบไปด้วย ประกอบไปด้วยกระดาษกระดาษทำลอน 1 แผ่น ทากาวแล้วปิดทับด้วยกระดาษทำผิวกล่องทั้ง 2 ด้าน แผ่นกล่องทั้ง 2  ด้าน แผ่นกระดาษลูกฟูก 3 ชั้น มักใช้กับสินค้าที่มีน้ำหนักปานกลาง หรือ ไม่เน้นความแข็งแรงมากนัก แผ่นกระดาษลูกฟูกสามชั้นนี้นิยมใช้มากที่สุด

3. Double wall (กระดาษลูกฟูกห้าชั้น)​

แผ่นกระดาษลูกฟูกห้าชั้น ประกอบไปด้วยกระดาษกระดาษทำลอน 2 แผ่น  และกระดาษทำผิวกล่อง 3 แผ่น แผ่นกระดาษลูกฟูก 5 ชั้น มักใช้กับสินค้าที่มีน้ำหนักและต้องการเน้นความแข็งแรงมาก

4. Triple Wall (กระดาษลูกฟูกเจ็ดชั้น)

แผ่นกระดาษลูกฟูกเจ็ดชั้น ประกอบไปด้วยกระดาษทำลอนลูกฟูก 3 แผ่น และกระดาษทำผิวกล่อง 4 แผ่น แผ่นกระดาษลูกฟูก 7 ชั้น ใช้สำหรับสินค้าที่ต้องการ การป้องกันสูงมาก หรือมีน้ำหนักมาก แต่ไม่ค่อยนิยมใช้กันในประเทศไทย